หลายๆ ท่านที่เริ่มต้นหัดต่อโมเดลคงรู้สึกสงสัยตัวเองว่า เอ๊ะ เราจะเริ่มต้นยังไงดี ก็อีตอนแรกพอได้เห็นโมเดลเป็นครั้งแรกก็คิดว่าไม่ยุ่งยากอะไร เปิดกล่องมาก็เห็นมีแผงพลาสติก บางยี่ห้อก็มีกาวมาให้ด้วย ก็ไม่น่าจะมีอะไร แค่เอาคัตเตอร์มาตัดมันออกจากแผง บางท่านก็คงเล่นง่ายๆ เอาบิดหมุนๆ เอามันออกจากแผงกันเลย หลังจากนั้นก็บรรเลงล่ะ เอากาวที่มันให้มาทาตรงรอยต่อและก็จับมันประกบกัน ถ้าบางกล่องไม่มีกาวให้ก็เอากาวช้างนี่แหล่ะละเลงเลย ทำไปทำมา มันก็ออกมาเป็นตัวแล้ว รูปลอกเขาให้มาไม่รู้ทำไง แน่เลย มันต้องแบบเดียวกับสติกเกอร์ดราก้อนบอล ว่าแล้วก็จัดการเอากรรไกรบรรจงตัดมันออกมาทั้งกระดาษนั้นแหล่ะ และก็เอาไปติด เอ๊ะทำไมติดไม่ได้ ผู้ผลิตนี้งกจริง กาวก็ไม่ทามาให้ ว่าแล้วก็กาวลาเท๊กซ์นี่ทาเสร็จติดเลย ฮะ ฮ่า ใช่ได้ จากนั้นก็เอามาตั้งดู เออ มันก็สวยดีไม่คิดอะไรมาก แต่พอไปๆ มาๆ ไปเห็นของเพื่อนมันทาสีด้วย เอาล่ะสิ ไอ้ของเรามันโล้นๆ ทาสงทาสีไม่ได้แตะกันเลย อ๊ะ ไม่ได้ล่ะสิ ทำไงดี ก็ต้องเริ่มทาสีบ้างแล้ว ทำเสร็จ โอเค ของเราก็สวยไม่เบา แต่เจ้ากรรมดันไปเห็นเพื่อนอีกคน นอกจากมันทาสีแล้ว ของเพื่อนดันไม่เห็นรอยต่อด้วย แถมสีเส้นแสงมัน ทำไมมันวูบวาบ วูบวาบ อย่างนั้นล่ะ โอ้ยทำไงดี บางท่านก็สู้ขวนขวายทำต่อไป แต่หลายๆ ท่านหมดกำลังใจพาลเลิกไปเลย งั้นทำยังไงดีล่ะเราถึงจะรู้ว่าเราจะเล่นโมเดลยังไงจึงจะเหมาะกับเราล่ะ ถึงจะได้ไม่อายเขา นั่นก็เป็นปัญหาของนักเล่นโมเดลที่เพิ่งเริ่มต้นใหม่ทั่วโลก ที่รู้สึกว่าทำไมเล่นโมเดลไม่ได้เรื่องซักที ทางแก้ปัญหานี้ ผู้เขียนจึงขอเรียนเสนอว่าให้แบ่งชั้นของการเล่นออกเป็นขั้นๆ เพื่อให้ผู้เล่นแต่ละท่านได้รู้ตัวเองว่าเราเล่นอยู่ในระดับไหน เวลาใครถามจะได้บอกได้อย่างภาคภูมิใจว่า ผมระดับมือใหม่นะ ได้อย่างนี้ก็ถือว่าฝีมือดีในระดับนี้แล้ว
ในที่นี้ผู้เขียนจึงขอนำเสนอว่าเราควรแบ่งชั้นของผู้เล่นออกเป็นดังนี้

- ระดับ 1 สำหรับผู้เริ่มต้น ( ขอแค่ออกมาเป็นตัวก็พอ อาจมีทาสีหรือไม่ต้องทาสีก็ได้)
- ระดับ 2 สำหรับผู้ต้องการงานที่ดียิ่งขึ้น ( ไม่อยากเห็นรอยต่อ)
- ระดับ 3 สำหรับผู้ที่ต้องการงานสีที่เรียบเนียนขึ้นกว่าการทาสี
- ระดับ 4 สำหรับผู้ที่ต้องการฟิลม์สีที่บางสมจริง , รายละเอียดของโมเดลที่ชัดเจนมากขึ้น และสามารถเล่นแสงเงากับตัวโมเดลได้
- ระดับ 5 สำหรับผู้ที่ต้องการความสมจริง ทุกรายละเอียดที่ของจริงมี โมของฉันก็ต้องมีด้วย ( ซีเรียสครับ )

ระดับ 1
เป็นระดับสำหรับผู้เริ่มต้นหรือมือใหม่นั่นเอง ระดับนี้ความคาดหวังก็คงไม่มีอะไรมากนะครับเอาแค่ว่ารู้จักกับคำว่า “โมเดลพลาสติก” ก่อนครับว่ามันคืออะไร และทำอย่างไรมันถึงจะออกมาเป็นตัว ในระดับนี้ก็ไม่มีอะไรมากครับ วิธีการในใบต่อบอกอย่างไรก็ให้ต่อตามนั้นออกมาเป็นตัวได้ ก็ถือว่าจบครับ พื้นฐานที่จะได้จากระดับนี้ก็คือ - การตัดชิ้นส่วนออกจากแผงพลาสติกโดยไม่เกิดความเสียหาย พื้นฐานการใช้มีดหรือคัตเตอร์ในการตัดเอาชิ้นส่วนที่ไม่ต้องการออก บางท่านอาจใช้อาร์ตไนฟ์ก็จะทำให้งานออกมาดียิ่งขึ้นไปอีก

- การอ่านวิธีการประกอบและทักษะการประกอบตามที่คู่มือบอก ซึ่งปกติจะบอกเป็นตัวเลขและเราก็ต่อกันไปตามนั้น
- พื้นฐานการทากาวละลายพลาสติกและการนำชิ้นส่วนต่างๆ มาประกบกันโดยไม่ให้เยิ้มหรือเลอะเทอะเปรอะเปื้อนจุดอื่นๆ ที่ไม่ได้ต้องการทากาว ซึ่งจุดนี้ต้องเอาอาศัยสมาธิและความมีสติเป็นอันมาก จึงถือได้ว่าการประกอบโมเดลจะเป็นเครื่องมือในการฝึกสมาธิได้เป็นอย่างดี
- พื้นฐานการทำสี โดยพื้นฐานแล้วในระดับนี้ต้องเริ่มต้นจากการทาด้วยพู่กันซึ่งจะทำให้ผู้เล่นได้รู้สึกผ่อนคลายจากการได้สะบัดปลายพู่กันเช่นเดียวกับการทำงานศิลปะ หลายๆ ท่านคงรู้สึกเช่นเดียวกับการวาดรูปว่า เรารู้สึกผ่อนคลายหายเครียดยามทีได้ระบายสีไปบนตัวโมเดลของเรา บางท่านจะรู้สึกว่าได้สมาธิ อารมณ์นิ่งและสงบ ทำให้บางท่านติดกับการทำสีแบบนี้ ถึงขนาดไม่ยอมเปลี่ยนวิธีการทำสีไปใช้วิธีอื่นๆ เช่น แอร์บรัชเลยทีเดียว เนื่องจากเสน่ห์แห่งปลายพู่กันเช่นนี้



หมายเหตุ : โมเดลบางชนิดอาจไม่ต้องทำสีก็ได้ เนื่องจากทางผู้ผลิตได้ฉีดพลาสติกออกมาเป็นสีเรียบร้อยแล้ว ถ้าเป็นแบบนี้ท่านก็อาจไม่จำเป็นต้องทาสีก็ได้แต่จับมาประกอบกันได้เลย โมเดลประเภทนี้ก็เช่น โมเดลกันดั้ม , โมเดลรถ , โมเดลเรือใบ และโมเดลบางยี่ห้อก็มีการฉีดพลาสติกเป็นสีๆ เพื่อให้ผู้ที่เริ่มต้นเล่นโมเดลได้พัฒนาทักษะด้านการประกอบก่อน
- พื้นฐานการติดรูปลอกน้ำ หรือ Decal นั่นเอง หลายท่านที่เริ่มต้นต่อโมเดลมักเข้าใจผิดกับการจัดการกับเจ้ารูปลอกชนิดนี้ เนื่องจากวิธีการติดมันที่มีลักษณะเฉพาะตัวไม่มีใครเหมือน ซึ่งท่านจะไม่เคยเห็นวิธีแบบนี้ที่ไหนมาก่อนนอกจากงานโมเดลนี้เท่านั้น ทำให้บางท่านเอากรรไกรไปตัดมันและเอากาวลาเท๊กซ์ทาแล้วก็เอาไปติดบนโมเดล ทำเสร็จก็คงเกาหัวแกรก ๆ ว่ามันสวยตรงไหนฟะ บางคนคิดว่ามันคงเหมือนรูปลอกทั่วไปที่ใช้เล็บแกะมันออกจากกระดาษก็พยา ย้าม พยายามแกะ แต่มันก็ไม่ออกซักกะทีสุดท้ายมันก็ฉีกกระจุยก็ไม่ต้องต่งต้องติดมันแล้ว เล่นมันโล้นๆ นี่แหล่ะ บางท่านเอาเตารีดไปรีดมันนึกว่าจะออก ปรากฏว่ามันละลายติดเตารีดเลย บางท่านยิ่งหนักเอาไปรีดทับบนโมเลย ผลหรือครับ โมเดลมันทำจากพลาสติก แล้วมันจะเหลือเหรอ แฮ่ะ แฮ่ะ ก็ละลายสิครับท่าน ที่ถูกก็ตามชื่อมันแหล่ะครับ เมื่อเป็นรูปลอกน้ำ มันก็ต้องเอาไปแช่น้ำก่อนให้มันหลุดจากกระดาษก่อนแล้วค่อยเอาไปติดบนโมเดลครับ

- ต่อมาสุดท้าย ก็คงเป็นพื้นฐานของความสุขในการชื่นชมผลงานที่เราเฝ้าอุตส่าห์หลังขดหลังแข็งทำให้มันเป็นตัวออกมาครับ บางท่านอาจนั่งมองแล้วยิ้มได้ทั้งวัน จนคนข้างๆ มองเราแปลกๆ “มันเพี้ยนหรือเปล่าฟะ” หลายๆ ท่านที่ต่อเครื่องบินเป็นโมเดลตัวแรกก็คงอดไม่ได้ที่ต้องจับโมเดลของตัวเองร่อนไปร่อนมา คล้ายกับเด็กๆ ยิ่งถ้าเป็นโมเดลเครื่องบินใบพัดแล้ว แน่นอนเชื่อว่าทุกท่านต้องเคยเอาเครื่องบินไปจ่อหน้าพัดลมแล้วให้ลมเป่าใบพัดเครื่องบินให้มันหมุนๆ อย่างแน่นอน ครับ อาจพูดได้ว่าความสุขในครั้งแรกคงเป็นความสุขที่หลายๆ ท่านรู้สึกดีจนต้องมีตัวที่ 2 ,3 ,4 และออกมาอีกหลายตัวครับ
ระดับ 2
หลังจากที่ในระดับแรก ชาวโมทั้งหลายก็คงได้สัมผัสและมีความสุขกับโมตัวแรกของท่านไปแล้ว ที่นี้ก็มาสู่การพัฒนาสู่ระดับฝีมือขั้นที่ 2 กันบ้าง หลังจากที่ในระดับแรกท่านได้รู้จักวิธีการตัดโมเดลออกจากแผง การดูคู่มือการประกอบ การทากาวและการประกอบที่ถูกวิธี การทาสีด้วยพู่กัน ตลอดจนการติดรูปลอกน้ำจนได้เป็นตัวออกมาแล้ว ในระดับนี้ ท่านก็จะได้เรียนรู้ถึงการใช้เทคนิคเหล่านี้
- การอุดร่องรอยต่อ ด้วยการใช้พุ๊ตตี้และการใช้กระดาษทรายน้ำและ Mr.Dissolved Putty
- เทคนิคการทำรูปลอกน้ำให้แนบสนิทไปกับตัวโมด้วยการใช้มิสเตอร์ Mark Softener

- การทำเวทเธอร์ริ่ง ด้วยเทคนิค ที่เรียกว่าว๊อสช์ ( Wash )

- การทำเวทเธอร์ริ่ง ด้วยเทคนิคที่เรียกว่าดรายบรัส ( Dry Brush )
- การตกแต่งโมเดลให้สมจริงด้วยสายอากาศและเสาที่ทำจากพลาสติกยืด
- การเก็บงานให้ดูดีด้วยการพ่นเคลียร์กระป๋อง



ระดับ 3
ในระดับนี้จะได้รู้จักกับเทคนิคการทำสีโมเดลด้วยการพ่นสี ด้วยการใช้สีกระป๋อง ซึ่งจำเป็นจะต้องเรียนรู้ถึงเทคนิคดังนี้
- เทคนิคการพ่นสีด้วยสีกระป๋องอย่างถูกวิธี

- เทคนิคการพ่นบังสีด้วยการใช้เทปบังและใช้น้ำยา Mr. Marking Sol
- เทคนิคการใช้เทปกาวในการบังสี

- เทคนิคการทำสีคานูปี้ด้วยการใช้การบังพ่น

ระดับ 4
ในระดับนี้จะเป็นเทคนิคการทำสีโมเดลด้วยการใช้แอร์บรัช ซึ่งแอร์บรัสนี้จะให้งานออกมาดีกว่าการทำสีแบบอื่น ไม่ว่าจะเป็นการทาสีหรือการพ่นสีด้วยสีกระป๋อง แม้ว่าการลงทุนในครั้งแรกจะสูงกว่าแบบอื่นแต่ในระยะยาวแล้วจะคุ้มค่ากว่า เนื่องจากเทียบกันแล้ว แอร์บรัชจะใช้ปริมาณสีน้อยกว่าแบบอื่นมาก เนื่องจากมีการสูญเสียเนื้อสีไปน้อยมาก ยกตัวอย่างเช่นหากเราต้องการทำสีโมเดลรถถังขนาด 1/35 สักคันหนึ่งแล้ว หากเป็นการทาสี เราอาจจะต้องใช้สีทามิย่า 1 ขวดจึงจะทาสีได้หมดทั้งคัน หรืออาจจะต้องใช้สีกระป๋องทามิย่า ครึ่งกระป๋องจึงจะทำสีได้สำเร็จซัก 1 คัน (ปริมาณเยอะกว่าสีแบบขวดหลายเท่า) แต่หากใช้แอร์บรัช เราอาจใช้สีเพียงแค่ 1 ใน 4 ขวดเท่านั้นเอง สาเหตุก็เนื่องจาก๑. การพ่นสีด้วยแอร์บรัชจะให้เนื้อฟิลม์สีที่บางมากกว่าการทาสีและการพ่นด้วยสีกระป๋องมาก
๒. แอร์บรัชสามารถคุมการกระจายของเม็ดสีได้ดีกว่า สามารถทำให้เม็ดสีพุ่งไปที่ตัวโมเดลได้มีประสิทธิภาพมากกว่าการพ่นด้วยสีกระป๋อง (การพ่นด้วยสีกระป๋องแต่ละครั้ง สีที่พ่นออกมาจะไปอยู่บนตัวโมเดลเพียง 1 ใน 5 ส่วน เท่านั้น ที่เหลืออีก 4 ส่วนจะกระจายไปที่อื่นๆหมด ยิ่งถ้าเป็นโมเดลขนาดเล็กยิ่งแล้วใหญ่ อาจจะเหลือเพียง 1 ใน 10 ส่วนเท่านั้นเอง )
นอกจากนี้ การใช้แอร์บรัชยังมีข้อดีอีกประการ ที่เป็นข้อได้เปรียบเหนือเทคนิคการทำสีแบบอื่น ซึ่งเป็นความฝันอันสูงสุดของบรรดาโมเดลเลอร์ทุกคนนั่นก็คือ สีที่พ่นด้วยแอร์บรัชแห้งเร็วมาก ถ้าเป็นสูตรแล๊คเกอร์ทินเนอร์ จะใช้เวลาไม่ถึง 10 วินาทีก็แห้งแล้ว แต่ถ้าเป็นสูตรอีนาเมล อาจต้องรอซักประมาณ 1 นาที ส่วนสูตรอีมัลชั่น จะอยู่ที่ประมาณ 30 วินาทีเท่านั้น ในขณะที่ถ้าเป็นการทาด้วยพู่กันแล้วเราอาจจะต้องรอให้สีแห้งกันประมาณ 3-6 ชั่วโมง จึงจะทาสีซ้ำได้ ถ้าใครผสมจางหน่อยอาจต้องรอกันถึง 10 ชั่วโมงกันเลยทีเดียว ส่วนการพ่นด้วยสีกระป๋องนั้นแม้ว่าจะเร็วกว่าการทาด้วยพู่กัน แต่ก็จำเป็นต้องรอกันประมาณ 15-30 นาที จึงจะพ่นต่อได้ แต่ถ้าจะจับต้องกันละก็ควรรอซักประมาณ 1 ชั่วโมงจะดีกว่า ไม่งั้นได้เห็นลายนิ้วมือตัวเองไปอยู่บนโมเดลสุดเลิฟเป็นแน่แท้..

ระดับ 5
ระดับนี้จะเริ่มเป็นระดับของมือโปรแล้ว เป็นระดับของโมเดลเลอร์ ที่ค่อนข้างซีเรียสกับความสมจริงของตัวโมเดล ดังนั้นทักษะที่เพิ่มเข้ามาของโมเดลเลอร์ระดับนี้ก็คือ
- การตกแต่งโมเดลด้วยชุดแต่งเรซิ่น ( Resin Kit )

- การตกแต่งโมเดลด้วยแผ่น Photo echs หรือที่เรียกกันว่า PE
- การตกแต่งโมเดลด้วยชุดชิ้นส่วนตะกั่ว หรือ White metal
- การตกแต่งโมเดลด้วยเศษวัสดุรอบตัว
ซึ่งการที่จะตกแต่งโมเดลให้มีความเหมือนจริงได้นั้น โมเดลเลอร์ระดับนี้จำเป็นที่จะต้องรู้จักการศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลอ้างอิง , รูปถ่าย ซึ่งในปัจจุบันเป็นยุคของอินเตอร์เน็ต ก็ทำให้สามารถหาข้อมูลได้อย่างง่ายดาย ผิดกับเมื่อก่อนมาก